Health

  • บำรุงกระดูกด้วยวิธีง่าย ๆ เสริมสร้างความแข็งแรงของร่างกาย
    บำรุงกระดูกด้วยวิธีง่าย ๆ เสริมสร้างความแข็งแรงของร่างกาย

    การบำรุงกระดูกเป็นหนึ่งในการเสริมสร้างความแข็งแรงของร่างกายที่ทุกวัยไม่ควรมองข้าม เพราะหากละเลยจนเข้าสู่ช่วงอายุที่มากขึ้น มวลกระดูกที่ลดลงจะทำให้กระดูกสูญเสียความหนาแน่น และอาจนำไปสู่โรคกระดูกบาง (Osteopenia) โรคกระดูกพรุน (Osteoporosis) หรือบาดเจ็บกระดูกหักได้ 

    โอกาสของการเกิดโรคกระดูกพรุนของแต่ละบุคคลอาจขึ้นอยู่กับของมวลกระดูกขณะอายุ 30 ปีและระยะเวลาของการสูญเสียมวลกระดูกหลังจากช่วงอายุนั้น ซึ่งพฤติกรรมในการดำเนินชีวิตก็อาจมีส่วนในการสูญเสียมวลกระดูกด้วย เพราะฉะนั้นการดูแลใส่ใจเพิ่มความแข็งแรงและบำรุงกระดูกอย่างถูกวิธีจะช่วยลดความเสี่ยงของโรคกระดูกหรือปัญหาสุขภาพด้านอื่น ๆ ส่งผลให้ดำเนินชีวิตได้อย่างราบรื่น

    บำรุงกระดูกด้วยวิธีง่าย ๆ เสริมสร้างความแข็งแรงของร่างกาย

    ความสำคัญของการบำรุงกระดูก

    กระดูก เป็นอวัยวะสำคัญที่ช่วยพยุงให้ร่างกายสามารถเคลื่อนไหว ปกป้องสมอง หัวใจ และอวัยวะภายในอื่น ๆ จากการได้รับบาดเจ็บ ช่วยยึดกล้ามเนื้อและทำหน้าที่ในการกักเก็บแคลเซียม โดยปกติ ร่างกายจะมีการสลายและสร้างกระดูกขึ้นทดแทนกันอย่างต่อเนื่อง แต่เมื่อเข้าสู่ช่วงอายุประมาณ 30 ปี การสร้างมวลกระดูกใหม่มาทดแทนมวลกระดูกส่วนที่เสียไปจะเริ่มลดลง ด้วยเหตุนี้ การดูแลกระดูกเพื่อป้องกันโรคต่าง ๆ โดยเฉพาะโรคกระดูกพรุนจึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะโรคนี้อาจเป็นอุปสรรคต่อการใช้ชีวิตได้ในอนาคต

    ปัจจัยที่ก่อให้ส่งผลให้เกิดโรคกระดูกพรุนสามารถแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ คือ ปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้ เช่น อายุ เพศ ประวัติทางการแพทย์ เป็นต้น และปัจจัยที่สามารถควบคุมได้ อย่างการรับประทานอาหาร การออกกำลังกายหรือการทำกิจกรรม น้ำหนักตัว การรับประทานยาหรือพฤติกรรมการใช้ชีวิต ซึ่งหากปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในปัจจัยที่สามารถควบคุมได้เหล่านี้ ก็จะช่วยบำรุงกระดูกและป้องกันการเกิดโรคกระดูกพรุนไปได้ในเวลาเดียวกัน 

    วิธีบำรุงกระดูกง่าย ๆ ทำอย่างไรได้บ้าง ?

    การบำรุงกระดูกเพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงสามารถทำได้ด้วยวิธีต่าง ๆ เช่น

    การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์

    สารอาหารอย่างแคลเซียมและวิตามินดีนั้นเป็นสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อกระดูกเป็นอย่างมาก โดยแหล่งอาหารที่อุดมไปด้วยแคลเซียม ได้แก่ ผลิตภัณฑ์นม ผักใบเขียวบางชนิด อย่างบร็อคโคลี กะหล่ำปลี กระเจี๊ยบเขียว ถั่วชนิดต่าง ๆ เต้าหู้ ปลาซาร์ดีนหรือปลาชนิดอื่น ๆ

    โดยควรรับประทานแคลเซียมในปริมาณที่เหมาะสมกับช่วงวัยร่วมกับรับประทานวิตามินดีเพื่อช่วยให้ร่างกายสามารถดูดซึมแคลเซียมได้ดียิ่งขึ้น ส่วนอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินดี ได้แก่ ปลาที่มีกรดไขมันจำเป็นสูงอย่างปลาแซลม่อน ปลาซาร์ดีน และปลาแมกเคอเรล ไข่ นม ซีเรียลอาหารเช้าที่เพิ่มวิตามิน 

    นอกจากแคลเซียมและวิตามินดีแล้ว การศึกษายังพบว่าสารอาหารหลากหลายชนิดมีความเกี่ยวข้องกับความแข็งแรงของกระดูกเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นวิตามินเอ วิตามินบี วิตามินซี วิตามินอี หรือวิตามินเค แร่ธาตุอย่างโพแทสเซียมและแมกนีเซียม รวมไปถึงสารอาหารหลักต่าง ๆ อีกมากมาย ดังนั้นเพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูก จึงควรรับประทานอย่างหลากหลายครบทั้ง 5 หมู่ ไม่ควรละเลยการรับประทานโปรตีนและไม่ควรจำกัดปริมาณการรับประทานอาหารต่อวันจนต่ำเกินไป เพราะอาจเป็นอันตรายต่อความแข็งแรงของกระดูกได้

    การออกกำลังกาย

    การออกกำลังกายถือเป็นส่วนสำคัญในการสร้างและบำรุงความแข็งแรงของกระดูก การออกกำลังกายที่จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูกได้แก่การออกกำลังกายแบบลงน้ำหนัก (Weight Bearing) เป็นเวลาอย่างน้อย 4 วันต่อสัปดาห์ ควบคู่ไปกับการออกกำลังกายแบบอื่น ๆ ก็อาจช่วยลดการสูญเสียมวลกระดูกที่เกิดขึ้นตามวัยได้ ทั้งนี้เมื่อออกกำลังกายเสร็จแล้ว ควรยืดเส้นเพื่อเสริมสร้างความยืดหยุ่นให้แก่ร่างกายด้วย

    นอกจากนี้ผู้ที่เป็นโรคกระดูกพรุน แพทย์อาจแนะนำให้รับประทานยาเพื่อลดความเสี่ยงของกระดูกเชิงกรานและกระดูกสันหลังหักได้ โดยอาจเป็นการใช้ยาบิสฟอสโฟเนต (Bisphosphonates) ยาเทอริพาราไทด์ (Teriparatide) หรือยาดีโนซูแมบ (Denosumab) ซึ่งผู้ป่วยจะต้องรับประทานวิตามินดีและแคลเซียมเพื่อบำรุงกระดูกไปด้วยในเวลาเดียวกัน

    สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงหากต้องการบำรุงกระดูก

    กระดูกอาจเสื่อมสภาพได้จากปัจจัยต่าง ๆ เช่น การสูบบุหรี่หรือดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การรับประทานเกลือหรือน้ำตาลในปริมาณมาก การรับประทานเนื้อแดง การดื่มกาแฟ ชาหรือน้ำอัดลม การมีน้ำหนักตัวต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน จึงควรหลีกเลี่ยงปัจจัยเหล่านี้เพื่อเป็นการบำรุงกระดูกในอีกรูปแบบหนึ่ง

    อย่างไรก็ตาม หากพบว่าตนเองเป็นผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคกระดูกพรุน เช่น ผู้ป่วยโรคพิษสุรา โรคอะนอเร็กเซีย (Anorexia) โรคหอบหืด โรคภูมิแพ้ โรคมะเร็ง โรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง โรคตับ โรคไต โรคแพ้ภูมิตนเอง กลุ่มอาการคุชชิง (Cushing Syndrome) และภาวะไทรอยด์เป็นพิษ เป็นต้น ควรปรึกษาแพทย์เพื่อบำรุงกระดูกอย่างเหมาะสม

    เนื้อหาจาก: https://www.pobpad.com

     

    ติดตามอ่านต่อได้ที่  mckerrowsrv.com

Economy

  • WAX CPU เกิน 100% แก้ปัญหาได้ง่ายๆด้วย Getwaxcpu.com
    WAX CPU เกิน 100% แก้ปัญหาได้ง่ายๆด้วย Getwaxcpu.com

    WAX CPU เกิน 100% นั้นเป็นปัญหาของคนที่เล่นเกมส์ในเชนของ WAX ต้องพบเจอกันทุกคน เราจะมาแนะนำช่องทางที่ง่ายเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนที่เล่นเกมในเชน WAX

    WAX CPU เกิน 100% นั้นเป็นเรื่องพื้นฐานของคนที่ใช้งาน Blockchain WAX นั้นจำเป็นต้องเข้าใจ เพราะเมื่อเราทำการส่ง tracsaction ในระบบเครือข่ายของ WAX เรานั้นจำเป็นต้องมีค่าของ WAX CPU ให้เพียงพอต่อการใช้งานโดยการนำ WAX มา Stake หรือฝากเข้าไปในระบบ เพื่อให้ปริมาน CPU เพียงพอต่อการใช้งานของเรา

    WAX เป็นบล็อกเชนที่ผู้คนนิยมใช้ใช้และมีจำนวนธุรกรรมมากที่สุดในโลกโดยเฉพาะ NFT และ GAME FI โดยมีความปลอดภัยและความสะดวกในการสร้าง ซื้อ ขายและแลกเปลี่ยน WAX เป็นเครือข่าย NFT ชั้นนำที่รู้จักกันเป็นอย่างดีในฐานะ “ราชาแห่ง NFT” และประสบความสำเร็จในการแลกเปลี่ยน NFT นับล้านชิ้นจากทุกคนทั่วทุกมุมโลก

    wax cpu

    หลายๆท่านที่ติดตาม เว็บข่าว Blockchain หรือ Cryptocurrency  คงจะทราบว่าบล็อคเชนอื่น ๆ เช่น Binance Smart Chain , Ethereum Mainnet , Solana หรือ Matic จะมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมต่อธุรกรรมหรือที่ทุกท่านเรียกว่าค่าแก๊ซนั่นเอง แต่ WAX จะไม่เป็นเช่นนั้น

    โดยผู้ที่ต้องการใช้บริการหรือต้องการสิทธิ์ในการเข้าถึงทรัพยากร (Resource) จะต้องถือ WAXP จำนวนหนึ่ง เพื่อที่จะมีสิทธิ์ในการใช้ทรัพยากร เช่น CPU หรือ RAM โดยผ่านการฝากประจำ (Staking) เมื่อ WAX มีจำนวนผู้ใช้งานในเครือข่ายมากขึ้นมันจะเพิ่มความขาดแคลนของโทเค็น เนื่องจาก WAXP จะถูกเก็บไว้จนกว่าผู้ใช้จะเรียกคืน โดยโทเค็นที่คุณ Staking นั้นจะเป็นของคุณเสมอเมื่อเรียกคืนโดยปกติจะใช้เวลา 3 วัน หรือ 72 ชั่วโมง

    ปัญหาที่ทุกท่านเจอกันช่วง “CPU แดง” (อัตราการใช้งานเกิน 100%) ทำให้ท่านไม่สามารถทำธุรกรรมต่างๆได้ โดยท่านอาจจะต้องเติม WAXP เพื่อ Stake และบางทีอาจไม่ได้วางแผนเตรียมทุนสำรองเพื่อการนี้และปัญหาเหล่านี้จะหมดไปเพราะเว็บไซต์ของเราจัดทำมาเพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้

    wax cpu

    แก้ปัญหา Wax CPU เต็มด้วยวิธีการเช่าเพื่อลดความเสี่ยงความผันผวนของราคา WAX

    ทุกคนที่อยู่ในวงการ Cryptocurrency คงรู้กันดีถึงความผันผวนของราคาว่ามันขึ้นและลงกันแบบโหดมากๆ และการ Stake WAX อาจจะทำให้คุณขาดทุนได้อย่างมหาศาลในช่วงเวลาขาลงของตลาด Cryptocurrency

    และแน่นอนว่าการ Stake CPU ในเครือข่ายของ WAX นั้นเหมือนการบังคับให้ทุกคนต้องถือเหรียญไว้และการถอนก็ใช้เวลาถึง 72 ชั่วโมง เราถึงจะได้รับ WAX เข้ามาในบัญชีของเรา ถ้าในสถานการ์ณความเป็นจริง ราคานั้นอาจจะลดลงไปถึง 50% เลยทีเดียว และนี่คือความน่ากลัว และน่ากังวลในวงการ Cryptocurrency

    วันนี้เราจึงมาแนะนำ Getwaxcpu.com เว็บไซต์ที่จะช่วยให้เราลดความเสี่ยง ในการถือเหรียญไม่ต้องสนใจเรื่องของราคาเหรียญในขณะนั้น ด้วยค่าเช่าที่ถูกมากๆ เราเลยอยากมาแนะนำให้ทุกคนที่กำลังเล่นเกมส์บนเชน WAX ได้ลองมาใช้เพื่อลดความเสี่ยงทางด้านราคาของเจ้าเหรียญ WAXP

    ทางเลือกสำหรับคนที่ต้องการ Stake Wax CPU ด้วยวิธีการเช่านั้นไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เพียงแค่คุณเข้าไปที่ Getwaxcpu.com และเลือกว่าต้องการเช่า Stake กี่วัน จำนวนเท่าไหร่ ทางระบบก็จะคำนวนว่าเราต้องจ่ายค่าเช่าเท่าไหร่ เพียงคลิ๊กเดียว WAX ก็จะถูก Stake ไปยังไอดีของคุณในทันทีด้วยระบบ Smart Contract ที่ถูกพัฒนามาเพื่อความสะดวกและรวดเร็ว ปลอดภัย เนื่องจาก Smart Contract นั้นสามารถตรวจสอบได้

    wax cpu

    โดยหากท่านไม่สะดวกเติม ท่านสามารถใช้บริการเช่าอัตโนมัติกับทางเว็บเราได้ โดยเว็บไซต์ของเรานั่นจะมีฟังก์ชั่นที่สวมารถอำนวยความสะดวกให้กับทุกท่านได้ ใช้งานได้อย่างสะดวกสบาย ด้วยระบบ Stake ของเราที่ใช้เป็นแบบ Auto

    ซึ่งท่านสามารถ เลือกกด Stake ตามจำนวน WAX ที่ท่านต้องการได้ โดยจะล็อกอินหรือไม่ล็อกอินก็ได้และยังสามารถ Stake ให้ ID อื่นโดย ใช้ฟังชั่น Stake To Other ID ได้อีกด้วย ท่านใหนมีหลายๆ ID จะทำให้ช่วยประหยัดเวลาได้ดีสุดๆ

    สำหรับหลายๆคนที่กำลังมองหาเว็บเช่า WAX หรือ เว็บ Stake WAX CPU ที่เชื่อใจได้ ปลอดภัยด้วยระบบ Smart Contract สามารถเข้าไปใช้งานได้แล้ววันนี้ Getwaxcpu รวดเร็วทันใจ ปลอดภัย ไร้โกง